ผัก-สมุนไพร เป็นผักที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายของคนเราเป็นอย่างมากทั้งนี้จึงได้ยกตัวอย่างของสมุนไพรมา 4 ชนิด ได้แก่
ตระไคร้เป็นไม้ล้มลุก จะขึ้นเป็นกอใหญ่ประมาณ 1 เมตร เป็นพืชตระกูลหญ้าเติบโตง่าย และมีกลิ่นหอม โดยส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกเป็นพืชพื้นเมือง
ประโยชนของตระไคร้
ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำอาหารหลายชนิด เช่น ต้มยำ เป็นต้น นอกจานี้ตระไคร้ยังช่วยดับกลิ่นคาวของปลาและเนื้อสัตว์ได้อย่างดีอีกด้วย
สรรพคุณทางยา
* ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อจุกเสียดแน่น
* ป้องกันโรคไต เบาหวาน คอเรสเตอรอล
* ช่วยรักษาอาการปวดกระดูก ปวดหลัง และปวดแข้งปวดขา
* ช่วยรักษาโรคหืด บำรุงธาตุ และขับเหงือ
* ต้นสดโขลกคั้นเอาน้ำดื่มแก้อาการเมาในกรณีผู้ที่เมามากๆ ช่วยให้สร่างเร็วขึ้น
* น้ำมันตระไคร้ ใช้ทากันยุงกัดได้ ถ้าปลูกใกล้กับผักชนิดอื่นๆ จะช่วยกันแมลงต่างๆ ได้
สะระแหน่ เป็นผักพื้นบ้านของไทยเรา เป็นไม้เลื่อยคลุมดิน ใบมีลักษณะป้อมมน
สรรพคุณของสะระแหน่
* แก้ิพิษแมลงสัตว์กัดต่อย
* รักษาอาการบิดท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด
* รักษาอาการหน้ามืดตาลาย
* ใช้่ดับกลิ่นปาก
* นอกจากนี้สะระแหน่ยังช่วยให้สมองปลอดโปร่ง โล่งคอ ป้องกันไข้หวัด และช่วยให้หัวใจแข็งแรงอีกด้วย
ขิงเป็นพืชล้มลุกเป็นกอสูงประมาณ 90 เซนติเมตร หัวขิงจะอยู่ใต้ดินหรือที่เรียกกันว่า “เหง่า” ก้านใบจะห่อหุ้มซ้อนกัน ใบเป็นใบเดี่ยวจะออกสลับกันสองแถว คล้ายใบไผ่ ดอกเป็นสีขาวมีลักษณะเป็นทรงพุ่มปลายดอกจะแหลม ส่วนผลจะมีลักษณะกลมและแข็ง ขิงยังจัดอยู่ในพืชตระกูลเดียวกันกับข่า และขมิ้น
ประโยชน์ของขิง
* ช่วยลดอาการอักเสบและการจับตัวของเกร็ดเลือดได้
* ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ และไวรัสได้
* ช่วยขับเสมหะ บรรเทาอาการคลื่นไส้ และอาเจียนได้
* แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บรรเทาอาการไอได้
สรรพคุณของขิงในส่วนต่างๆ
* หัว ขิงสดจะมีฤทธิ์อุ่นและเผ็ด จะดีต่อการทำงานของม้าม ปอด กระเพาะอาหาร และแก้หอบหืดได้
* หัว ขิงที่แห้งแล้ว มีฤทธิ์เผ็ดร้อน จะช่วยบรรเทาอาการปวดจากความเย็น แก้อาการท้องเสีย แก้อาการมือเย็นเท้าเย็น เป็นต้น
* ใบ ช่วยขับลม รักษานิ่ว และรักษาอาการฟกช้ำต่างๆ
* ผล ใช้กินลดไข้ บำรุงน้ำนม แก้คอแห้ง และเจ็บคอ
* ดอก ใช้ขับพยาธิ และบำรุงธาตุไฟ
* แก่น สามารถนำมาฝนทำเป็นยาแก้คันได้
ขิงยังมีประโยชน์ในการนำมาประกอบอาหารได้เช่น ขิงซอยผัดขิงใส่เนื้อ เป็นต้น ทั้งนี้ยังสามารถนำมาต้มเป็นเครื่องดื่มได้อีกด้วย
กระชายเป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 1-2 ศอก ลำต้นและเหง้าติดดิน รูปทรงกระบอก และมีกลิ่นหอม สามารถปลูกได้ในฤดูแล้ง โดยการใช้เหง้า และนิยมปลูกเป็นพืชสวนครัว
คุณค่าทางอหาร
ใช้ดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น ทำเป็นน้ำยาขมนจีน ผัดเผ็ด แกงป่า เป็นต้น ส่วนเหง้าของกระชายจะมีสารอาหารอยู่หลายชนิด ได้แก่ แคลเซียม วิตามินเอ แป้ง ไขมัน เกลือแร่ เป็นต้น
สรรพคุณทางยา
* แก้บิด แก้ท้องร่วง ท้องเสีย ขับลม และช่วยขับปัสสาวะ
* รักษาโรคริดสีดวงทวาร ช่วยบำรุงกำลัง
* ช่วยบำรุงหัวใจ และกระตุ้นหัวใจให้เต้นอย่างสม่ำเสมอ
ความคิดเห็น: ใครที่ไม่ชอบกินผักก็ลองกินบ้างนะคะเพราะว่าผักทุกชนิดใ้หประโยชน์แก่ร่างกายของเรามาก
* http://www.learners.in.th/blogs/posts/195240
* http://iam.hunsa.com/manita001/article/11993
* http://www.oknation.net/blog/print.php?id=703436
* http://yathai.blogspot.com/2010/12/blog-post_21.html
* http://www.thaifoodtoworld.com/home/ingredientdetail.php?ingredient_id=6
* http://www.biogang.net/biodiversity_view.php?menu=biodiversity&uid=1928&id=7384
You can leave a response, or trackback from your own site.
Filed Under :
Dec.2,2011







สรรพคุณเยอะจริงๆ อิๆๆๆๆๆ
นู๋ม่ะถูกกะผักอ่า….